ล้างแค้น 10 ปี ฆ่าโหดจอมขมังเวทย์ ยิงทวารให้อาคมเสื่อม

 

 

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฏร์ รักษาราชการ ผกก.สภ.อมก๋อย พร้อมชุดสืบสวน สภ.อมก๋อย ทำการจับกุมตัวนายสมพร อายุ 26 ปี นายอธิพันธ์ อายุ
40 ปี และ นางทังอยู่ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ในข้อหาเป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ริมถนนในป่าบริเวณหมู่บ้านยางครก หมู่ 7 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีผู้พบศพนายแสงมณี อายุ 61 ปี หมอผีชาวกะเหรี่ยง หรือจอมขมังเวทย์ชื่อดังของอำเภออมก๋อย และเป็นลูกจ้างหน่วยพิทักษ์ป่ายางแก้ว ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่บริเวณลำตัว หลัง สะโพก และ รูทวาร นับรูกระสุนได้กว่า 15 รู นอนตายใกล้รถจักรยานยนต์

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐาน พบเห็นนายสมพร นายอธิพันธ์ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กระทั่งทราบว่าทั้งสองร่วมกับนางทังอยู่ว่าจ้างมือปืนต่างถิ่นมาก่อเหตุ จึงได้ออกหมายจับและทำการจับกุมตัวทั้งสามคนได้ที่บ้านของแต่ละคน ขณะที่ตำรวจยังขออนุมัติหมายจับมือปืนและผู้จ้างวานเพิ่มอีกหนึ่งคน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า เป็นเครือญาติกัน ในอดีตเมื่อ 10 กว่าปีก่อน บิดานายสมพร เคยถูกคุณไสยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความแค้นให้กับนายสมพรและเครือญาติเป็นอย่างมาก พยายามสืบหาคนร้ายฆ่าบิดามานานนับสิบปีแต่ก็ไม่พบตัว และ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สามีนางทังอยู่ ก็เกิดปวดท้องทุกวัน อุจจาระไม่ออก เหมือนโดนคุณไสยเหมือนบิดานายสมพร ซึ่งนายแสงมณีเป็นหมอผีหรือจอมขมังเวทย์ที่ชาวบ้านนับถือ ก็ขอค่าถอนของเป็นเงิน 100,000 บาท สร้างความโกรธแค้นให้กับครอบครัวผู้ต้องหาอย่างมาก

ทางครอบครัวจึงคาดว่า นายแสงมณี เป็นผู้ทำคุณไสยใส่บิดาจนเสียชีวิตในอดีตที่ตามหามานาน จึงลงขันกันทั้งครอบครัวเป็นเงิน 3,000,000 บาท ว่าจ้างมือปืนจากจังหวัดอุดรธานีมาลงมือสังหารครั้งนี้ โดยตามความเชื่อของโบราณ คนที่เล่นของขลังหากจะให้ของเสื่อมต้องยิงที่ก้น ของที่ทำเข้าคนอื่นก็จะหายไป จึงมีการไปดักยิงนายแสงมณี ก่อนที่จะเข้าไปทำงานที่หน่วยพิทักษ์ป่าในอำเภออมก๋อย ทั้ง ยิงก้น ยิงตัว จนเสียชีวิต ก่อนมือปืนจะหลบหนีไป โดยยังไม่มีการจ่ายเงิน แต่ก็มาถูกจับกุมทั้งหมดก่อน

Posted in ข่าวทั่วไป

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย “น้องฟลุ๊ค” พิการหัวใจมีเพียง 2 ห้อง โรคแทรกซ้อนรุม

 

 

นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอครบุรี พร้อมด้วยเหล่ากาชาดอำเภอ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลโคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำถุงยังชีพซึ่งมีข้าวของเครื่องใช้และข้าวสารอาหารแห้งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงเงินที่ผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานต่างๆรวบรวมกันมาให้ความช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ไปมอบให้กับครอบครัวของ ด.ช.ขจรศักดิ์ หริ่งกระโทก หรือ น้องฟลุ๊ค วัย 1 ปี 7 เดือน ซึ่งมีอาการผิดปกติจากเด็กทั่วไปคือมีหัวใจเพียงสองห้อง อีกทั้งยังมีอาการปอดติดเชื้อ ต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาตั้งแต่เกิดจนอายุได้ 1 ปี จึงสามารถออกมาพักรักษาตัวอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ 145 หมู่ที่ 6 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา แต่ด้วยสภาพครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนขัดสนจึงทำให้หลายหน่วยงานยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้จำนวนมาก

นางสาวดวงรัตน์ แอบกิ่ง อายุ 33 ปี มารดาของน้องฟลุ๊ค กล่าวว่าในครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมดรวบ 5 คน คือตนเองและสามี คุณยายและพี่ชายของน้องฟลุ๊ควัย 11 ขวบ มีเพียงพ่อของน้องฟลุ๊คที่ต้องรับจ้างขับรถบรรทุกอ้อยของบริษัทรับเหมาว่าจ้าง หาเงินเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพัง ในขณะที่ตนเองต้องอยู่คอยดูแลน้องฟลุ๊ค ที่ต้องเดินทางไปรับบริการเครื่องช่วยหายใจจากโรงพยาบาลครบุรีเป็นประจำ เนื่องจากมีอาการหายใจไม่สะดวกประกอบกับอาการแทรกซ้อนอีกหลายอย่าง จึงไม่มีเวลาไปทำงานหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว แต่หลังจากที่หน่วยงานต่างๆทราบข่าวก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง

โดยทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกกระชาย ได้นำเครื่องช่วยหายใจที่ได้รับการบริจาคจากผู้ใจบุญมาติดตั้งให้น้องฟลุ๊คถึงที่บ้าน จึงไม่ต้องเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาล รวมถึงมีเจ้าหน้าที่มาคอบดูแลอย่างสม่ำเสมอ ทำให้อาการของน้องฟลุ๊คก็เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีอีกหลายหน่วยงานเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนให้ความช่วยเหลือหลายๆด้าน จึงอยากขอขอบคุณทุกๆคน ทุกๆส่วนที่คอยให้ความช่วยเหลือ ตนเองและครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งและปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก.

Posted in ข่าวทั่วไป

หนุ่มอุดรฯฉุนเพื่อนปล่อยกระต่ายให้หมากัด ปรี่ชกหน้า-กระทืบท้องตายคาเท้า

 

 

ขณะที่ ร.ต.อ.อนันต์ เหมือนเพชร รอง สารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี กำลังปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรประจำวันอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากนายวิเชียร เพ็งโคตร ราษฎรบ้านเลขที่ 315 หมู่ที่ 6 บ้านป่าก้าว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ว่า มีผู้ถูกทำร้ายร่างกายและเสียชีวิต ขณะนี้ศพอยู่ที่ 236 หมู่ที่ 6 ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอออกไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วย

หลังจากรับแจ้ง ร.ต.อ.อนันต์ พนักงานสอบสวนเวรได้รายงานให้ พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.หนองหาน ทราบ จากนั้นรีบรุดออกไปบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐนกร ปัดถาวะโร รอง ผกก. สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยอำเภอหนองหานหนองหาน

ที่เกิดเหตุพบศพนายนิรุจน์ จันทร์อัมพร อายุ 40 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านของนางเทวา นิยมญาติ ซึ่งเป็นแม่ของนายนิรุจน์ผู้ตาย โดยมีเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาสอบถามถึงเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถาม นางเทวา ผู้เป็นแม่ของคนตาย ทราบว่า ขณะที่ตนกำลังทำกับข้าวอยู่ที่ครัว มีเพื่อนของลูกชายโทรมาบอกตนว่าให้ไปรับรุจน์ด้วย ถูกทำร้ายร่างกายอยู่ที่บ้านหนองบ่อน้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้กัน ซึ่งตนถามไปว่า ใครเป็นคนตี เพื่อนของลูกชายบอกว่า คนทำร้ายลูกชายตนชื่อ “อึ่ง” ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง

สอบสวนนายวิก คำแพงราช อายุ 41 ปี ชาวบ้านป่าก้าว เพื่อนผู้ตายให้การเบื้องต้นว่า เมื่อเวลา 10.00 น. นายนิรุจน์ไปหาตนที่บ้าน พร้อมกับนั่งก๊งเหล้าขาวกัน สักครู่มีนายอึ่งขี่รถจักรยานยนต์มารับผู้ตายไปบ้านหนองบ่อน้อย จากนั้นตอนเย็นจึงทราบข่าวว่า นายนิรุจน์ถูกทำร้ายเสียชีวิตดังกล่าว

ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ฐนกร ปัดถาวะโร รองผกก.สส. พร้อมพวกติดตามจับกุมนายธันยบูลณ์ หรือ อึ่ง เหล่าเงิน อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 9 บ้านหนองบ่อน้อย ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายรุจน์จนเสียชีวิต ได้ที่บ้านของนายธันยบูลณ์ จึงควบคุมตัวมอบสวนที่ สภ.หนองหาน

จากการการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหาสารภาพว่านั่งดื่มเหล้ากันอยู่หน้าบ้าน พอเมาได้ที่ผู้ตายไปปล่อยกระต่ายที่ตนเลี้ยงไว้ออกมา ให้หมากัดกระต่ายตนตาย จึงเกิดความโมโหต่อยเข้าที่ปากผู้ตายล้มลง และกระทืบซ้ำเข้าบริเวณท้องหลายครั้ง จนเสียชีวิต โดยไม่คิดว่าจะถึงกับชีวิต

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้ว จึงดำเนินการตามกฎหมายกับนายธันยบูลณ์ เหล่าเงิน ในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

Posted in ข่าวทั่วไป

สหรัฐ-โสมใต้ปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศ “แมกซ์ ธันเดอร์” รับมือ “คิม” กร้าวทำสงคราม

 

 

สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า กองทัพอากาศเกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา เปิดฉากปฏิบัติการซ้อมรบร่วมระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับความพยายามในการยั่วยุให้สถานการณ์ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลียิ่งเลวร้าย หลังทางการเกาหลีเหนือประกาศเตรียมทำสงครามเต็มกำลังศึกในวันเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของนายคิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปู่ของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงยืนยันไม่เปลี่ยนมาตรการป้องกันความมั่นคงของประเทศ และจะเดินหน้าติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปในชั้นบรรยากาศปลายทาง หรือทาด โดยเร็วที่สุด

รายงานระบุว่า การซ้อมรบกำลังทางอากาศประจำปีในชื่อรหัส “แมกซ์ ธันเดอร์” ของปีนี้ กองทัพอากาศสหรัฐส่งเจ้าหน้าที่ทหารราว 1,000 นาย และเครื่องบินรบจำนวนหนึ่งเข้าร่วมฝึกซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้ 500 นาย โดยจะใช้เวลาฝึกซ้อมนาน 2 สัปดาห์

วันเดียวกัน นายไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวขณะเดินทางมายังค่ายทหารโบนิฟาส และหมู่บ้านปันมุนจอมในเขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี) ติดชายแดนเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ว่า รัฐบาลสหรัฐต้องการใช้สันติและการทูตเพื่อบรรลุเป้าหมายทางความมั่นคง แต่ก็พร้อมหารือถึงวิธีอื่นๆ หากจำเป็น และว่าสหรัฐจะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับเกาหลีใต้ จากนั้นนายเพนซ์เข้าหารือกับนายฮวาง คโยอัน นายกรัฐมนตรี และรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี

Posted in ข่าวทั่วไป

ยิงดับพ่อเฒ่าวัย 80 หมกสวนกล้วย ลูกชายไปตามอาบน้ำวันสงกรานต์ ผงะเจอเป็นศพ

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหุบเขาห้วยแม่เฮี๊ย หมู่ 5 บ้านพุบอน ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมใจอุทัยธานี (จุดอำเภอบ้านไร่) และฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุบริเวณเนินเขาล้อมรอบไปด้วยต้นกล้วยพบศพนายสวย คณฑา อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 5 บ้านพุบอน ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นอนเสียชีวิตอยู่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ใต้รักแร้ซ้าย ทะลุคอ 1 แผล และทะลุเบ้าตาขวาอีก 1 แผล ใกล้กันพบมีดของผู้ตายตกอยู่ที่ปลายเท้า จากการตวรจสอบภายในกระท่อมตีนเขาห่างจากจุดพบศพประมาณ 10 เมตรพบเสื้อผ้า และเต๊นท์กางอยู่ นอกจากนี้ยังพบลูกปืนขนาด 9 ม.ม.จำนวน 2 ลูก ซุกอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายประจวบ เลขยัน อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 102 หมู่ 5 บ้านพุบอน ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี อดีตประธานสภาตำบลบ้านไร่ และเป็นลูกเขยของผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายมีอาชีพทำสวน โดยมีไร่อยู่เชิงเขาแม่เฮี๊ย ซึ่งผู้ตายนั้นได้ปลูกกล้วยและทำสวนมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ในบริเวณดังกล่าว และปกติก็จะชอบมานอนที่ห้างข้างไร่ที่ปลูกไว้เป็นประจำ นานๆ จะกลับมาที่บ้านครั้ง

“ซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้นตน และญาติๆ ได้เตรียมอาบน้ำสงกรานต์ผู้สูงอายุที่บ้าน จากนั้ช่วงเที่ยงตนได้ให้นายปัญญา คณฑา อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นลูกผู้ตายไปรับผู้ตายที่ไร่มาอาบน้ำสงกรานต์ โดยลูก และหลานๆ รออยู่ที่บ้าน ผ่านไปประมาณ 30 นาที นายปัญญา ก็วิ่งมาหน้าตาตื่นมาบอกพ่อตายแล้ว ตนและญาติจึงรีบออกไปดู จนพบศพก่อนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว” นายประจวบ กล่าว

นายประจวบ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่าการเสียชีวิตของพ่อตานั้น น่าจะมาจากฆ่าชิงทรัพย์ และคนร้ายน่าจะเป็นคนภายในหมู่บ้านหรือในระแวกใกล้เคียงที่ทราบดีว่าผู้ตายนั้นมีอาวุธปืน และได้นอนเฝ้าสวนกลางป่าคนเดียว อาศัยช่วงผู้ตายเดินขึ้นเข้าไปดูกล้วย จึงประทับปืนยิงขึ้นไปจนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนขโมยเอาปืนของผู้ตายหลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Posted in ข่าวทั่วไป

เจอศพแล้ว! หนุ่มปูนซีเมนต์โดดสะพาน โผล่ลอยติดโป๊ะริมเจ้าพระยา

 

 

จากกรณีนายเอนก โสริโย อายุ 32 ปี พนักงานเก็บตัวอย่างปูนไปตรวจคุณภาพของบริษัทเอชอาร์ โปรเฟสชั่นแนล คอนซัลติ้ง แอนเซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือบริษัทปูนซีเมนต์ ตัดสินใจกระโดดสะพานกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วจมหายไป เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเพื่อนพนักงานระบุนายเอนก มีปัญหาส่วนตัวและปัญหาครอบครัว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 เม.ย. ร.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุตรวงศ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพชายลอยน้ำอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนมาติดอยู่ที่หัวโป๊ะขนถ่ายน้ำตาลทราย ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.สำโรงใต้ พ.ต.ท.ดำรงค์ มาดี รองผกก.สส. พ.ต.ต.มนูน หอมลออ สว.สส. และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

เมื่อไปถึงพบศพชายสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น สวมเสื้อยืดสีเทา จากการตรวจสอบแล้วพบว่าคือ นายเอนก โสริโย ซึ่งกระโดดสะพานลงแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วจมหลายไป เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรอย่างละเอียด

ขณะที่นางสวิง โสริโย อายุ 63 ปีมารดาของนายเอนก เปิดเผยว่า ลูกชายมีลูกสาว 1 คน อายุ 13 ปีที่เกิดกับภรรยาคนเก่า ซึ่งได้เลิกลากันไปนานกว่า 11 ปีแล้ว ปัจจุบันอยู่กับภรรยาคนใหม่และก็ไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะกันแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ลูกชายคิดส้นน่าจะเกิดจากอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วลูกไปประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนมีอาการปวดศีรษะมาตลอด

Posted in ข่าวทั่วไป

ตะลึง! ชาวบ้านพบรอยคล้ายรอยพระพุทธบาทที่เขาพรุชิง

 

 

นายสถาพร สาริพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปบนภูเขาพรุชิง พื้นที่ ม.1 ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านผืนป่าและความสวยงามของภูเขาที่มีหินย้อยลักษณะต่างๆเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร เพื่อเข้าไปดูรอยคลายรอยเท้าที่เป็นรอยประทับอยู่บนชั้นหินปูนที่วางซ้อนกัน ลักษณะคล้ายดอกบัว ส่วนด้านบนสุดที่อยู่สูงจากพื้นดินกว่า 2 เมตร จะเป็นหินเรียบ แต่จะมีจุดหนึ่งที่เป็นลอยลึกประมาณ 3 นิ้ว กว้าง 4-5 นิ้ว ยาว 10-12 นิ้ว มีลักษณะคล้ายกับรอยเท้าคน ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาท

นายสถาพรกล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อไม่นานมานี้ตนเองและชาวบ้าน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองพนมเข้าสำรวจพื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อที่จะทำให้เป็นแหล่งป่าต้นน้ำชุมชนและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งขณะที่ร่วมกันสำรวจบริเวณหน้าผาเขาพรุชิง จึงพบรอยคล้ายรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ หลังจากที่ได้ปรึกษาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าสำรวจรอยที่พบเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรอยตรงกับรอยพระพุทธบาทที่พบกันทั่วไปหรือไม่

นายสถาพรกล่าวว่า แต่ในส่วนชาวบ้านเองเชื่อว่าเป็นรอยพระพุทธบาท ซึ่งจะพัฒนาจุดตรงนี้ให้เป็นแหล่งพักผ่อนของคนที่รักธรรมชาติ และหากเป็นรอยที่เป็นรอยพระพุทธบาทจริงก็จะทำเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะบูชา เนื่องจากมีศักยภาพเหมาะสมที่จะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนได้ เพราะตลอดเส้นทางที่เริ่มจากนั่งรถจะพบวิถีชีวิตของชาวสวนยางพารา ลัดเลาะไปตามถนนเล็กๆก่อนจะเดินเท้าผ่านธรรมชาติริมภูเขา หน้าผาที่มีสีขาวสะอาดหินย้อยรูปร่างต่างๆ จุดชมวิวที่เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของป่าและภูเขา รวมถึงแท่งหินรูปทรงคล้ายกลีบดอกบัว ซึ่งข้างบนมีรอยคล้ายรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ สำหรับการเดินทาง ใช้เส้นทางถนนสายสุราษฎร์ฯ-ตะกั่วป่า เลี้ยวซ้ายเข้าทางอุทยานแห่งชาติคลองพนม

Posted in ข่าวทั่วไป

มอบตัวแล้ว หนุ่มต้องสงสัยฆ่าเผาอำพรางพ่อแม่ลูก แต่ยังปฏิเสธ อ้างที่หนีเพราะกลัวถูกจับปืน

 

 

จากกรณีไฟไหม้บ้านเลขที่ 100 หมู่ 7 ต.ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้ พ่อแม่ลูก เสียชีวิตคากองเพลิง หลังเกิดเหตุญาติติดใจเหตุเพลิงไหม้ คาดว่าน่าจะถูกวางเพลิง เนื่องจากก่อนหน้านี้เพื่อนของลูกชายผู้ตายซึ่งถูกลูกชายผู้ตายชักชวนมาทำนากุ้งด้วยกัน ถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นหลังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่หลบหนีไปได้นั้น จึงสร้างความโกรธแค้นให้กับหนุ่มคนดังกล่าว เนื่องจากสงสัยว่าถูกผู้ตายแจ้งตำรวจให้มาจับ และยังขู่อาฆาตว่าจะกลับมาฆ่ายกครัวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ 10) เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากว่าสงสัยจะเป็นการฆ่าแล้วเผาอำพรางศพ โดยได้เข้าร่วมประชุมกับพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รักษาการ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ คณะสืบสวนสอบสวนภาค 7 สืบสวนจังหวัด และฝ่ายสอบสวน ที่ สภ.สามร้อยยอด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จากนั้นได้เดินทางพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกับหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งได้ตรวจสอบห้องนอนแต่ละห้อง พร้อมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยกันรื้อหลังคาที่ตกลงมาทับพื้นดินภายในตัวบ้านตรวจสอบเถ้าถ่านและรอบๆ ตัวบ้าน โดยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้จอบขุดดินลึกลงไป 6 เซนติเมตร ในจุดที่พบศพ 2 จุด พบว่าบนพื้นดินมีคราบเลือดอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ได้ตรวจสอบภายในรถยนต์ที่ถูกเผา และหลายจุดที่สงสัยว่าอาจจะเป็นจุดที่วางเพลิง อย่างไรก็ดียังคงสั่งห้ามไม่ให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เองจากเกรงว่าหลักฐานต่างๆอาจถูกทับหายไป

Posted in ข่าวทั่วไป

โจ๋คู่อริยิงถล่ม 5 นัดดับลูกศิษย์วัด ฉุนนิมนต์พระต่างถิ่นมาบิณฑบาตข้ามเขต

 

 

ตำรวจไล่ล่า “ไอ้อ๊อด” หนึ่งในแก๊งปืนโหดพาพวกซัลโวกลุ่มอริดับ 1 สาหัส 2 ก่อเหตุอุกอาจกลางเมืองมาบตาพุดเผยชนวนเหตุขัดแย้งมาจากการนำพระมาบิณฑบาตในพื้นที่จึงเกิดเหตุวิวาท ก่อนยิงกันอุกอาจสนั่นเมือง

พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาค ผกก.สภ.มาบตาพุด ระยอง กล่าวถึงกรณีเหตุทะเลาะวิวาทหน้าโรงแรมดราก้อน ถ.สายสุขุมวิท-วัดมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง ระยอง เมื่อคืนที่ผ่านมา จนมีการใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่กันจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายไตรภพ กลัดกลีบ อายุ 31 ปี ฉายาโอ๊ด ฟลอริดา ถูกอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ช่วงลำตัว 5 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตขณะนำตัวส่งรพ. และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือนายวิรัตน์ กอเซ็ม อายุ 27 ปี ถูกอาวุธปืน 9 มม. ยิงเข้าที่ลำคอ และนายกิตติพงษ์ ธิตะจารี อายุ 31 ปี ถูกกระสุนปืน 9 มม. ยิงเข้าที่ช่องท้องด้านซ้ายทะลุหลัง ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้วทั้งสองราย แต่ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ทะเบียน ขขท409 ระยอง คาดเป็นรถของคนร้าย และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 7 ปลอก และพบปืน 9 มม.
1 กระบอก ตกอยู่ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุหรือเป็นของผู้เสียชีวิต จึงเก็บไปตรวจสอบ

พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายสุวิทย์ ศรีรากวิศ อายุ 49 ปี มรรคนายกวัดมาบตาพุด ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับกลุ่มของผู้เสียชีวิตนั่งคุยกันที่สวนหย่อมหน้าบ้าน ปรากฏว่านายเมฆไม่ทราบนามสกุล ขี่รถจยย.มาจอดที่บ้านของตน โดยมีรถยนต์สีดำไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน กษ5333 ไม่ทราบจังหวัด

จากนั้นนายเมฆเดินเข้ามาและโต้เถียงกันเรื่องที่ พ่อของนายเมฆนำพระจากวัดตากวนที่อยู่นอกพื้นที่ มาบิณฑบาตในเขตของวัดมาบตาพุดเป็นการข้ามเขต จนเกิดเหตุชกต่อยกัน นายเมฆและพวกในรถวิ่งหนีออกไปทางหน้าวัด โดยมีผู้ตายและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บวิ่งตามไป จู่ๆก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตนจึงวิ่งไปดูพบว่ากลุ่มของนายเมฆหลบหนีไปแล้ว และพบว่ามีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั้ง 3 คนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตหนึ่งราย

ผกก.สภ.มาบตาพุด กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังเรียกพยานเข้ามาสอบสวน และพอทราบแล้วว่าคนร้ายเป็นใคร ซึ่งมีด้วยกัน 3 คน ทราบชื่อเบื้องต้น คือนายเมฆ นายอ๊อด และอีกหนึ่งราย เตรียมขออนุมัติหมายจับในวันนี้

สาเหตุทราบว่ามีผู้นิมนต์พระนอกพื้นที่ เข้ามารับบิณฑบาตในงานวันไหลสงกรานต์ ที่ตลาดมาบตาพุด ทำให้ลูกศิษย์วัดในพื้นที่ไม่พอใจจนเกิดทะเลาะวิวาทกัน กระทั่งช่วงค่ำลูกศิษย์วัดทั้ง 2 ฝ่ายบังเอิญมาเจอกัน ทำให้ลูกศิษย์วัดต่างถิ่นถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ส่วนคนร้ายคาดว่ายังคงกบดานในพื้นที่ โดยสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามประกบในพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายหนีไปแล้ว สาเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องการนำพระมาบิณฑบาตทับสายกัน จนมีการนัดไกล่เกลี่ยกัน แต่กลับไม่สามารถตกลงกันได้ จนกลายเป็นก่อชนวนให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

Posted in ข่าวทั่วไป

รถตู้หลับใน!! เสียหลักชนเสาป้ายบอกทางที่ปทุมธานี บาดเจ็บ 1 ราย

 

 

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 14 เม.ย.60 ร.ต.อ.วัชรพงษ์ เทียนประถัมป์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุรถตู่ร่วมบริการเสียหลักชนเสาป้ายบอกทางและที่หน้ารถได้มีควันออกมาพร้อมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าโรงเรียนไทยรัฐ ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลงจำนวน 1 คันและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็ก

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ร่วมบขส.ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 15-8097 กรุงเทพ วิ่งรับส่งผู้โดยสารกรุงเทพ-อยุธยา เสียหลักชนกับเสาป้ายบอกทางได้รับความเสียหายและมีควันออกมาจากห้องเครื่องเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุก ส่วนคนขับรถตู้ทราบชื่อนายเอกชัย ศรีไพศาล อายุ 44 ปีได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กนำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติไปก่อนแล้ว

จากการสอบถามนายกิตินันท์ พุ่มเกตุแก้ว เจ้าหน้าที่มูลนิติปอเต็กตึ้ง ตนได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสภ.คลองหลวงว่ามีอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนจึงนำมากำลังเข้าช่วยเมื่อมาถึงก็พบว่าที่ด้านหน้าห้องเครื่องรถมีควันพุ่งออกมาตนจึงได้ใช้ถังเคมีฉีดเข้าสกัดแสงไฟก่อนส่วนผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสารนั่งมาในรถด้วย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงได้ให้รถยกมายกรถออกนอกเส้นทางซึ่งคาดว่าผู้ขับขี่อาจจะหลับในแต่ก็โชคดีแล้วที่ไม่มีผู้โดยนั่งมาในรถด้วย

Posted in ข่าวทั่วไป